ผู้กำกับโจ้ ท้าสาบาน ไม่เคยทุจริตเรื่องเงิน ขอรับผิดตนเดียว

681

จากกรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 6 โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังถูกกล่าวหาว่าใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติดจนเสียชีวิต พร้อมกับเรียกเงินจำนวน 2 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมออกมาอีกว่า การสอบปากคำ ผู้กำกับโจ้ เบื้องต้นระบุว่า ไม่มีใครเรียกเงิน 20 ล้านจากตนเพื่อเป็นการต่อรองใดๆ และไม่มีการเรียกเงินจากผู้ต้องหาแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ตนทำไปเพราะต้องการจะถามหายาเสพติดซึ่งเป็นของกลางในคดีเท่านั้น

สิ่งที่ผมทำไปเพราะต้องการจะถามหายาเสพติดของกลางในคดี ผมขอโทษที่ทำให้ภาพลักษณ์ตำรวจเสียหาย และที่หลบหนีไปนั้น ไม่มีใครพาหลบหนี เป็นเพียงตกใจจะไปตั้งหลัก ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะมอบตัว

โดยล่าสุดนั้น พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังเข้าสอบปากคำ พันตำรวจเอกธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต ที่เข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าตำรวจยศตำแหน่งหรือระดับใด กระทำผิด ก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ไม่มีใครหนีการกระทำไปได้

โดยระหว่างแถลงข่าว พันตำรวจเอกธิติสรรค์ อ้างว่า ภาพการทรมานผู้ต้องหาที่ถูกเผยแพร่ เป็นการกระทำที่ต้องการให้ผู้ต้องหา บอกแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด แต่พลั้งมือทำผู้ต้องหาเสียชีวิต เนื่องจาก ไม่เคยกระทำลักษณะนี้มาก่อน แต่เห็นว่า ผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่

จึงต้องการรีดข้อมูลเท่านั้น พร้อมสาบาน ไม่เคยทุจริตเรื่องเงิน โดยเมื่อพบว่า ผู้ต้องหาสลบไป ก็ทำอะไรไม่ถูก แต่ตรวจชีพจรและหัวใจแล้วพบว่า เต้นอ่อน จึงรีบปั๊มหัวใจ และนำส่งโรงพยาบาล พร้อมปฏิเสธว่า ไม่เคยรีดทรัพย์ผู้ต้องหา นอกจากนี้ ยังยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจาก ขณะเกิดเหตุลูกน้องพยายามห้ามปรามแล้ว ส่วนที่ใช้ถุงดำคลุมหน้าผู้ต้องหา เนื่องจาก ไม่ต้องการให้ผู้ต้องหาเห็นใบหน้าของตัวเองขณะลงมือ

พันตำรวจเอกธิติสรรค์ ยังยืนยันว่า ไม่มีเจตนาฆ่าผู้ต้องหาให้เสียชีวิต ส่วนในชั้นศาลจะพิจารณาอย่างไร ให้เป็นตามกระบวนการยุติธรรม โดยขอให้การในชั้นศาล พร้อมขอโทษประชาชนที่มีภาพดังกล่าวหลุดรอดออกไป พร้อมย้ำตั้งใจทำงานไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์

พันตำรวจเอกธิติสรรค์ ยังยืนยันอีกว่า ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการตบทรัพย์ซ้อนจากทนายความ หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเรียกเงินจำนวน 20 ล้านบาท จากผู้กำกับโจ้ เพื่อแลกกับการไม่ให้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว และทรัพย์สินต่าง ๆ ของตัวเอง ก็ยืนยันว่า มีเอกสารรับรองถูกต้อง

ด้าน พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ กล่าวว่า เบื้องต้น มีพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งข้อมูลคลิปวีดีโอ การสอบปากคำพยาน และผลการตรวจพิสูจน์จากแพทย์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะเกรงจะกระทบกับรูปคดี โดยจากนี้ จะมีการคุมตัว พันตำรวจเอกธิติสรรค์ กลับไปยังจังหวัดนครสวรรค์ ต่อไป

You might also like