หมอธีระ เเนะล็อกดาวน์ทั้งประเทศเป็นสิ่งจำเป็น

351

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 64 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ถึงสถานการณ์การแพร่ ร ะ บ า ด ของ เ ชื้ อไ ว รั ส โ ค วิ ด -19 เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการระบุข้อความว่า

สถานการณ์ทั่วโลก 8 สิงหาคม 2564 สายๆ จะทะลุ 203 ล้านเมื่อวานทั่วโลก ติ ด เ พิ่ ม 562,041 คน รวมแล้วตอนนี้ 202,924,613 คน ตายเพิ่มอีก 8,551 คน ยอด รวม 4,298,292 คน

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ายังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 82.85 ของจำนวน ติ ด เ ชื้ อ ใหม่ทั้งหมดต่อวัน ,ญี่ปุ่นระลอกห้าหนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเพิ่มอีกถึง 15,645 คน สูงสุดเท่าที่เคย ร ะ บ า ด มา ยอดรวมทะลุล้านคนไปแล้ว , ฟิลิปปินส์ติดเชื้อทะลุกว่าหมื่นคนต่อวันไปแล้ว ส่วนเกาหลีใต้ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการ ติ ด เ ชื้ อ เพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน ,แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง กัมพูชา ลาว จีน และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนสิงคโปร์ และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

สำหรับไทยเรา เมื่อวานจำนวนติด เ ชื้ อ ของเราสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก และมากเป็นอันดับที่ 5 ของเอเชีย จำนวนผู้ เ สี ย เมื่อวาน 212 คน สูงเป็นอันดับ 11 ของโลก และอันดับ 6 ของเอเชีย ส่วนจำนวนผู้ ป่ ว ย รุนแรงและวิกฤติตอนนี้ ไทยเรามีมากเป็นอันดับ 6 ของโลก อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หากเปรียบเทียบความเข้มข้นของมาตรการภาพรวมในการจัดการการระบาดของ โ ค วิ ด-19 แล้ว เราจะเห็นจาก Stringency index ในภาพจาก Ourworldindata ว่าขณะนี้ความเข้มข้นอยู่ในระดับพอๆ กับช่วงระลอกสองตอนปลายปีก่อนและต้นปีที่ผ่านมา และน้อยกว่าระลอกแรก ในขณะที่สถานการณ์ ร ะ บ า ด ที่เผชิญอยู่ตอนนี้ ย่อมทราบกันเป็นอย่างดีว่าหนักหนาสาหัสเพียงใด

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ผลลัพธ์ในการควบคุม โ ร ค ร ะ บ า ด จึงออกมาดังที่เห็น หากยังดำเนินไปเช่นนี้ คงยากที่จะจัดการได้ และมีโอกาสยืดยาวไปเรื่อยๆ ประชาชนในประเทศจะยืนระยะไม่ไหว และจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมากมาย และจะเกิดความโกลาหลในสังคมได้ หากถึงจุดที่ทุกคนรับไม่ไหว ไม่ใช่แค่ระบบสาธารณสุข แต่จะกลายเป็นทุกภาคส่วน ดังนั้นรัฐจึงควรทบทวนนโยบายและมาตรการที่มีอยู่อย่างเร่งด่วน ยอมรับความจริงว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายและวิชาการ ปรับเปลี่ยนนโยบายวัคซีนหลักของประเทศโดยมุ่งจัดหาและใช้วัคซีนประสิทธิภาพสูง ปรับเปลี่ยนมาตรการ มุ่งเป้าตัดวงจรการระบาดระดับประเทศให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ Full national lockdown เป็นสิ่งจำเป็น

ควรใช้เงินกู้ที่มีเพื่อประคับประคอง แต่ไม่ควรใช้เพื่อทุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจแบบครั้งที่ผ่านมา ควรประกาศนโยบายรัดเข็มขัด ลดการนำเข้าสิ่งฟุ่มเฟือย และรณรงค์ใช้ทรัพยากรภายในประเทศ สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้มีกำลังกายกำลังใจปกป้องตนเองและครอบครัวไม่ให้ ติ ด เ ชื้ อ ใส่หน้ากากสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก

You might also like